นิทานก่อนนิทราตอน2มาแล้วจ้าเด็กๆ
posted on 17 Jan 2007 22:56 by dreampaperรู้สึกบ้างไหมทำไมเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยยอมกัน ไม่ค่อยแคร์กันเท่าไร
รู้สึกบ้างไหมทำไมเดี๋ยวนี้เดินไม่ค่อยจูงมือ ไม่เชื่อถือในคำพูดกัน
เหมือนรักเรากำลังอิ่มตัวแล้ว
อยู่อย่างเหงาๆ เราคงจะได้รู้
.............
เอ๊าเด็กๆเอ๊ย !!...มาฟังนิทานกันต่อเร็ว
ตอนที่ 2
องค์หญิงน้อยเดินจากสังคมมด
และเดินห่างจากบ้านเกิดเมืองนอน...ไกลออกไป ไกลออกไป ทุกทีๆ
องค์หญิงกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดเหมือนตัวเองเบาหวิว และจะลอยตามลมไป
องค์หญิงน้อยยังไม่ได้นึกถึงจุดหมาย...
เมื่อโลดเต้นมาถึงกลางป่าใหญ่ พระอาทิตย์คล้อยต่ำราตรีจะมายืน
องค์หญิงน้อยเลือกต้นไม้ใหญ่เป็นที่พักพิง
ใช้รากไม้ใหญ่นอนต่างหมอน..
แล้วองค์หญิงน้อยก็พริ้มหลับไป...ไม่รู้สักนิดว่าในป่ามีอะไรตั้งมากมาย
ที่ตัวเองยังไม่รู้จักอยู่ในป่าแห่งนี้
" หวี๊~ ~หวี่ ๆ ๆ "
องค์หญิงเอามือปัดข้างหู จนตบบ๊องหูตัวเองป๊าบใหญ่ จนสดุ้งตื่น
เห็นแมลงตัวเล็กๆหลายตัวบินวนรอบหัวรอบตัว
"เจ้าเป็นใครกัน"
" หวี๊~ ~หวี่ ๆ ๆ พวกเราเป็นยุงน่ะสิ" พวกยุงทั้งหมดพูดขึ้นพร้อมกัน
"ยุง!! " องค์หญิงร้องเสียงหลง กระโดดให้ออกห่างกลุ่มยุง
" เสด็จแม่ข้าเคยบอกว่า ยุงร้ายกว่าเสือ "
องค์หญิงมองดูฝูงยุงอย่างพินิจพิจารณา
"ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เคยเห็นเสือก็เถอะ ดูไม่ร้ายกาจ
ดูๆ พวกเจ้าคงไม่ต่างจากมดเท่าไหร่ "
"มด ๆ ฮ่าๆๆๆ หวี๊~ ~หวี่ ๆ ๆ " ยุงพูดหัวเราะพร้อมกัน
"พวกข้าไม่เหมือนไอ้พวกมดงี่เง่านั้นหรอก ทำงานทั้งวัน
เทิดทูนความรักแต่นางพญาเท่านั้น" ยุงตัวหนึ่งพูดขึ้น
องค์หญิงน้อยยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความรักที่ยุงพูดนัก
แต่องค์หญิงเข้าใจเรื่องที่มดทำงานเพื่อนางพญาและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
แล้วองค์หญิงก็ถามข้อสงสัยต่อ
"แล้วที่ว่ายุงร้ายกว่าเสือล่ะ ข้าไม่เห็นว่าจะดูร้ายกาจยังไง"
ยุงทั้งหมดก็รุมใช้เข็มแหลมเล็กที่ปากทิ้มลงที่แขนกันบอบขางขององค์หญิงน้อย
แล้วก้นยุงป่องออกป่องออกเป็นสีแดง
"ไม่เห็นเจ็บเลยแค่คันๆ มดยังกัดเจ็บกว่าอีก"
ก่อนที่ยุงจะบินจากไป องค์หญิงถามด้วยความสงสัยว่า
"แล้วปากเจ้าเล็กๆเจาะเข้าไปดูดเลือดข้าโดยที่ข้าไม่เจ็บได้ยังไง"
"เมื่อยุงดูดเลือดเหยื่อ ยุงจะปล่อยน้ำลายซึ่งมีโปรตีนบางอย่างออกมาด้วย และน้ำลายของยุงยังอยู่ในรอยเจาะ เป็นตัวการทำให้ผิวหนังหลั่งสารฮิสตามีน (histamine) ออกมา ฮิสตามันจะกระตุ้นเส้นใยประสาทให้ส่งสัญญาณไปที่สมองแล้วทำให้เกิดอาการคัน และโปรตีนในน้ำลายของยุงยังไปกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันอีกด้วย ทำให้บริเวณที่โดนกัด (wheal) จะเกิดการบวมแดง แม้ว่าในที่สุดแล้วการบวมจะหายไป แต่อาการคันยังคงอยู่จนกว่าภูมิคุ้มกันจะทำให้โปรตีนนั้นสลายไป" ยุงตัวหนึ่งอธิบาย
" หวี๊~ ~หวี่ ๆ ๆ เจ้าคงยังไม่รู้หรอกว่าเราได้ปล่อยอะไรไว้อีก ที่ว่าร้ายกว่าเสือน่ะ
พวกข้าไปละ "
"ไปเถอะๆ ข้าคงไม่ถามหาเจ้าชายในสังคมเจ้าหรอก
ผู้ที่กินเลือดกินเนื้อคนอื่นจะมาดูแลข้าได้ยังไง"
...........
องค์หญิงนั่งมองรอยมดกัด และรอยยุงกัดที่แขน
"ท่านแม่จะว่ายังไงบ้างน่ะ องค์หญิงน้อยไม่เคยห่างอก มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม
บัดนี้มีทั้งรอย มดกัด ยุงกัด" องค์หญิงกำลังคิดถึงผู้เป็นมารดา
...................
แสงอาทิตย์เยือนขอบฟ้า สัตว์น้อยใหญ่เริงร่ารับเช้าวันใหม่
เสียงนกนาๆชนิดส่งเสียงประสานกันไพเราะ
แต่องค์หญิงน้อยได้เพียงแต่ลืมตาขึ้นมองท้องฟ้า
ทำไมท้องฟ้าหมุนอย่างนี้ ทำไมไม่มีเรี่ยวแรง แล้วองค์หญิงก็สลบไป
.....................
โปรดติดตามตอนต่อไปจ้าเด็กๆ เข้านอนกันได้แล้ว
..................
ขอบคุณข้อมูล
ยุง (MOSQUITOES) โดย รศ.ดร.ปรัชญา สมบูรณ์ ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
................
ปล. เคยด่ายุงไปหลายตัวแล้ว แกจะกัดก็กัดเหอะ มาบินวนรอบหูฉันทำไมคนว่ะจะนอน
ว้อย อิยุงบ้า
......
ปล.อีกทีชื่อเรื่องตั้งไม่ได้รอให้มันจบก่อนแล้วกันน่ะ
edit @ 2007/01/17 23:13:14
edit @ 2007/01/17 23:42:09
edit @ 2007/01/18 00:10:58
555
ถึงร้อยตอนไหม
#1 By ท้องฟ้าจะปกป้องเรา on 2007-01-18 13:33